วันพฤหัสบดีที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2555

หลวงปู่คำบ่อ ฐิตปญฺโญ

หลวงปู่คำบ่อ ฐิตปญฺโญ
วัดใหม่บ้านตาล
ต.โคกสี อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร


เรียบเรียงโดย พระอธิการคำบ่อ ฐิตปญฺโญ
๏ อัตโนประวัติ

ข้าพเจ้ามีนามเดิมที่โยมคุณตาตั้งให้ ชื่อ คำบ่อ พวงสี เกิดเมื่อวันพุธที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2474 เวลาประมาณ 03.00 น. ตรงกับวันขึ้น 2 ค่ำ เดือน 12 ปีมะแม ณ บ้านตาล ต.โคกสี อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร โยมบิดา-โยมมารดาชื่อ นายทอง และนางภู่ พวงสี มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันทั้งหมด 7 ข้าพเจ้าเป็นบุตรคนที่ 1
๏ ชาติกำเนิดและชีวิตปฐมวัย
ในปฐมวัย ข้าพเจ้าได้เข้าเรียนชั้นประถมศึกษาที่ศาลาวัดศรีษะเกษ บ้านตาล ต.โคกสี อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร จนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เมื่อจบแล้ว โยมบิดา-โยมมารดาจะให้บวชเป็นสามเณร จึงตอบท่านไปว่า ยังไม่บวช จะอยู่ทำงานไปอีกสักระยะหนึ่งก่อน จึงจะบวช โยมบิดา-โยมมารดา ท่านก็ไม่ว่าอะไรแม้แต่คำเดียว ตั้งแต่วันนั้นข้าพเจ้าก็ทำหน้าที่การงานช่วยบิดามารดาให้ดีที่สุด จะไม่ทำให้ท่านเป็นทุกข์เพราะเรา ตระกูลนี้ไม่เจริญเพราะเราก็จะไม่ให้เสื่อมเพราะเรา ตระกูลเจริญเพราะเราก็จะไม่ให้เสื่อมเสียเพราะเรา นี้เป็นความรู้สึกลึกๆ อยู่ในหัวใจของข้าพเจ้า จนบิดามารดาไว้เนื้อเชื้อใจ จะซื้อจะขายอะไรที่จะต้องใช้เงินทองจำนวนมาก ท่านจะมาถามแทบทุกครั้ง ถ้าข้าพเจ้าตกลงอย่างไร ท่านก็จะเอาอย่างนั้น เพราะความไว้เนื้อเชื้อใจในตัวของข้าพเจ้า
ท่านทั้งสองเป็นพุทธมามกะ เลื่อมใสในบวรพระพุทธศาสนา เพราะเชื่อว่าความดีก็มีเหตุ ความชั่วก็มีเหตุ ความดีก็เกิดจากการกระทำดีนั้น ความชั่วก็เกิดจากการกระทำชั่วนั้น ฉะนั้น ท่านทั้งสองจึงพยายามสร้างความดี ทำความดี ตามกำลังกายกำลังทรัพย์ กำลังปัญญาของท่าน จนกระทั่งท่านทั้งสองจากโลกนี้ไปอย่างไม่มีวันกลับ
ฉะนั้น ตระกูลพวงสีนี้จึงเป็นตระกูลเคารพนับถือบวรพระพุทธศาสนาอย่างไม่ลืมเลือนไป จากหัวใจ ในตระกูลพวงสีนี้ ก็นับว่าโชคดีที่ยึดเอาคำสอนพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นหลักปฏิบัติในการครอง เรือน จึงทำให้ชีวิตความป็นอยู่ของตระกูลพวงสีพอกินพอใช้ไม่รวยและก็ไม่จน พอมีพอกินตามสภาพคนบ้านนอก
๏ ชีวิตเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์
เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2495 ปีมะโรง อายุได้ 21 ปี วันนั้นคุณตามาที่บ้านประมาณ 1 ทุ่ม ท่านถามว่ากินข้าวเสร็จหรือยัง เลยบอกท่านว่ายัง ท่านเลยบอกให้รีบไปกินข้าว วันนี้จะพาไปมอบนาคที่วัดตาลนิมิต บ้านตาล ต.โคกสี อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร แบบนี้เขาเรียกว่าแบบจู่โจมไม่ให้รู้ตัว โยมบิดา-โยมมารดาไม่บอกให้ทราบ แต่ข้าพเจ้ากลับรู้สึกดีใจ จะได้หมดหนี้บุญคุณของท่านเสียที หนี้บุญคุณของบิดามารดา ยังฝังอยู่ในจิตใจไม่หลงลืมตลอดมา
ถ้ายังไม่ได้บวชให้ท่านก่อนแล้ว ก็จะไม่แต่งงานเป็นอันขาด เพราะได้ยินญาติผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่า ตาของเธอเขาดีใจมากเพราะได้หลานคนแรกเป็นผู้ชาย ท่านบอกว่าท่านได้กำไรแล้ว คำว่ากำไรคงหมายถึงความดีเท่านั้น คำพูดของท่านคำนี้จึงไม่ลืมเลือนไปจากจิตใจของข้าพเจ้าตลอดมาจนกระทั่งทุก วันนี้ เมื่อไปอยู่วัดเป็นนาคแล้ว ก็ได้มีเพื่อนคนหนึ่งได้ตามไปเพื่อจะบวชเหมือนกัน เราก็ดีใจเพราะได้เพื่อน เมื่อเพื่อนไปเป็นนาคอยู่ด้วยกันได้ 3 วันก็มีเรื่องให้แตกกัน เนื่องจากหลวงพี่สงฆ์ให้ไปช่วยงานที่บ้าน อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร ชวนให้ไปด้วยกันแกก็ไม่ไปตาม สุขเพราะความมีเพื่อนก็เลยหายไปอย่างง่ายๆ แต่ข้าพเจ้าได้พูดคุยกับครูบาอาจารย์แล้วก็ต้องไป คิดว่าไปไหนก็ต้องมีพระเป็นเพื่อน ไปหาพระก็ต้องมีพระเป็นเพื่อน ไปหาคนก็ต้องมีคนเป็นเพื่อน และไปช่วยสร้างพระอุโบสถที่ยังไม่แล้วเสร็จ ออกเดินทางประมาณต้นเดือนกุมภาพันธ์ ที่วัดเจริญราษฎร์บำรุง บ้านมาย อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร มีทั้งหญิง ชาย คนหนุ่ม คนแก่ จำนวนมากช่วยงาน แต่อยู่ไปประมาณเดือนมีนาคม ครูบาอาจารย์อาจมองเห็นว่าจะมองว่าใกล้ไฟมันร้อน ใกล้ค้อนมันเจ็บ ท่านเลยลัดคิวบวชเป็นสามเณรให้ ท่านก็ได้จับบวชเป็นสามเณรที่โบสถ์น้ำ เรียกว่า อุทกุกเขปสีมา เป็นสามเณรจนกระทั่งเดือนเมษายนอุโบสถที่สร้างก็เสร็จ ทำพิธีพัทธสีมาแล้วทำพิธีบวช โดยมี พระมหาเถื่อน อุชุกาโร เป็นพระอุปัชฌาย์, พระลี ฐิตธัมโม เป็นพระกรรมวาจารย์ และ พระโง่น โสรโย เป็นพระอนุสาวนาจารย์ เมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2495 เวลา 09.45 น. ณ วัดเจริญราษฎร์
๏ สถานที่จำพรรษา
พรรษาที่ 1 (พ.ศ. 2495)
วัดตาลนิมิตร บ้านตาล อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร
พรรษาที่ 2 (พ.ศ. 2496)
วัดประชาอุทิศ อ.คำเขื่อนแก้ว จ.อุบลราชธานี (ปัจจุบัน จ.ยโสธร)
พรรษาที่ 3 (พ.ศ. 2497)
วัดวิเวการาม ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี
(ออกพรรษาปลายปี 2497 เดินทางไปภาคใต้)
พรรษาที่ 4-6 (พ.ศ. 2498-2500)
วัดวิเวการาม ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี
พรรษาที่ 7 (พ.ศ. 2501)
วัดป่านันทนาราม อ.เถิน จ.ลำปาง
พรรษาที่ 8 (พ.ศ. 2502)
ถ้ำแดนสวรรค์ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่
พรรษาที่ 9-10 (พ.ศ. 2503-2504)
ป่าเมี่ยงแม่สาย ต.โหล่งขอด อ.พร้าว จ.เชียงใหม่
พรรษาที่ 11 (พ.ศ. 2505)
หมู่บ้านจวงเรื้อน อ.พาน จ.เชียงราย
พรรษาที่ 12-18 (พ.ศ. 2506-2511)
ป่าเมี่ยงแม่สาย ต.โหล่งขอด อ.พร้าว จ.เชียงใหม่
พรรษาที่ 19 (พ.ศ. 2512)
เหมืองแร่ผาปก ต.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี (ปัจจุบันเป็น อ.สวนผึ้ง)
พรรษาที่ 20-21 (พ.ศ. 2513-2514)
ป่าเมี่ยงแม่สาย ต.โหล่งขอด อ.พร้าว จ.เชียงใหม่
พรรษาที่ 22-24 (พ.ศ. 2515-2517)
วัดดอยแม่ปั๋ง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่
พรรษาที่ 25-ปัจจุบัน (พ.ศ. 2518-ปัจจุบัน)
วัดใหม่บ้านตาล ต.โศกสี อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น